temple

หลังจากที่พวกเราสนุกสนาน ดื่มด่ำกับการฟังแจ๊สสด (สดจริงๆ เพราะเปียกด้วย)

วันอาทิตย์ก็ออกมาจากที่พัก สายๆ (สายมาก) กะว่าจะไปหาอะไรทานกลางวัน

แต่ดันขับรถหลงกันไปมา จนกระทั่ง เราเจอป้าย วัดห้วยมงคล ซึ่งได้ยินมาว่า

มีรูปปั้นหลวงปู่ ทวด องค์ใหญ่ที่สุดอยู่ที่นี่

เหมือนใจนึก มีคนมาเล่าให้ฟัง เราเองก็อยากจะมากราบซักครั้ง

ก็หลงมาจนได้ พอเล่าเรื่องนี้ให้พลพรรคที่ไปด้วยฟัง ทุกคนเลยลงความเห็นกันว่า

นี่...แกตั้งใจหลงมากราบพระช่ายมะ???...เปล่านะ

แล้วก็มานั่งย้อนกันว่า เอ พวกเรามาเที่ยวกันทีไร

ต้องมีวัดทุกทริปเลย ได้ทำบุญตลอดเวลา (เหมือนจะดี)

วันนี้ได้มาประจวบฯ แวะมากราบหลวงพ่อทวดก็ยิ่งรู้สึกดี

แถมไปแบบกลางวันแสกๆ กลับมา ตัวแดงเหมือนโดนย่าง

แต่ก็มาแบบ อิ่มบุญกันถ้วนหน้าทีเดียว...

ไปถ่ายรูปท้าแดดมา เพราะอยากได้หลายๆมุมเก็บไว้

ก็ไม่ได้มากันได้บ่อยๆนี่นา (ไกลนะนั่น )

ที่วัดมีโรงทานด้วย ทานข้าวได้

ใครอยากไป มีแผนที่ลงมาให้ดูด้วย

ทำบุญกันบ้าง จิตใจแจ่มใสดีเหมือนกันแฮะ

....

สถานภาพของจิตใจตอนนี้

ก็สับสนพอประมาณ

ทั้งเรื่องงาน เรื่องครอบครัว

วุ่นวาย สับสนทีเดียว

บางทีได้ไปเที่ยววัดดูบ้าง ก็ทำให้รู้สึกดีเหมือนกัน

แต่อยากให้เข้าวัด ทำบุญกันบ่อยๆ

ไม่ใช่แค่ไปเพราะทุกข์ หรือเดือดร้อนกันซะอย่างเดียว

...บางครั้งแค่ได้ไปเหยียบ ก็รู้สึกว่าจิตใจสงบอย่างไม่น่าเชื่อ

ไม่เชื่อก็ลองไปแวะ ทำบุญตักบาตรวัดแถวบ้านดูบ้างซักวัน

จะรู้สึกดีไปหลายวันเลยแหละ


คนเขียนก็ทำใจ...เพราะ มีเรื่องราวมากมายเข้ามา

ต้องตั้งสติกันให้ดีพอสมควรเลยทีเดียว

นี่ก็นั่งเขียนไป ตั้งสติกันไป...(จะงง กันไปใหญ่มั้ยนะ)

...ชีวิตก็แค่นี้ ยังอยู่กันดี ก็คงต้องสู้กันต่อไป...นิ.